เก็บไวน์อย่างไรให้รสชาติเยี่ยม? เคล็ดลับที่นักดื่มต้องรู้

การเก็บไวน์อย่างถูกวิธีไม่เพียงแต่ช่วยรักษาคุณภาพของไวน์ แต่ยังสามารถเพิ่มรสชาติและอายุการใช้งานของไวน์ให้ยืนยาวได้ สำหรับนักดื่มไวน์หรือผู้ที่หลงใหลในไวน์ การเก็บไวน์ในวิธีที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะช่วยให้ไวน์มีรสชาติที่ยอดเยี่ยมและเต็มไปด้วยความหอมหวานตามที่ผู้ผลิตตั้งใจไว้ ในบทความนี้เราจะมาแนะนำเคล็ดลับในการเก็บไวน์อย่างถูกต้อง เพื่อให้ไวน์ของคุณคงรสชาติและกลิ่นหอมอย่างดีที่สุด

1. เก็บไวน์ในที่เย็นและมืด

หนึ่งในปัจจัยสำคัญในการเก็บไวน์คืออุณหภูมิ การเก็บไวน์ที่อุณหภูมิสูงเกินไปจะทำให้กระบวนการบ่มไวน์เร่งเร็วเกินไป ส่งผลให้รสชาติของไวน์เปลี่ยนแปลงและเสื่อมลงเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ในทางกลับกัน การเก็บไวน์ในที่เย็นที่มีอุณหภูมิคงที่และไม่ถูกแสงแดดส่องถึง จะช่วยให้ไวน์สามารถเก็บรักษาคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น

  • อุณหภูมิที่แนะนำ: สำหรับไวน์แดง ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิประมาณ 12-18 องศาเซลเซียส ส่วนไวน์ขาวและโรสควรเก็บที่อุณหภูมิประมาณ 8-12 องศาเซลเซียส
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด: แสงแดดโดยตรงสามารถทำลายคุณภาพของไวน์ได้ เนื่องจากแสงสามารถกระตุ้นกระบวนการทางเคมีที่ทำให้รสชาติของไวน์เปลี่ยนไป

2. เก็บไวน์ในท่าคว่ำ

การเก็บไวน์ในท่าคว่ำหรือเอียงลงในแนวนอนเป็นวิธีที่ดีที่สุด เนื่องจากจะช่วยให้จุกไม้คอร์ก (Cork) ของขวดไวน์สัมผัสกับไวน์ตลอดเวลา ซึ่งจะป้องกันไม่ให้จุกไม้แห้งและแตกหัก การที่จุกไม้ไม่แห้งจะช่วยรักษาความผนึกของขวดไวน์และป้องกันไม่ให้อากาศเข้าไปทำลายไวน์ ซึ่งอาจทำให้ไวน์เสื่อมคุณภาพเร็วขึ้น

3. ควบคุมความชื้น

ความชื้นเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญในการเก็บไวน์ ควรเก็บไวน์ในที่ที่มีความชื้นสูงประมาณ 50-70% เนื่องจากหากมีความชื้นต่ำเกินไป อาจทำให้จุกไม้แห้งและสูญเสียความสามารถในการป้องกันอากาศเข้าไปในขวด และถ้ามีความชื้นสูงเกินไป ก็อาจทำให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อราได้

  • หลีกเลี่ยงการเก็บไวน์ในห้องที่มีอากาศแห้งเกินไป เช่น ใกล้เครื่องทำความร้อนหรือเครื่องปรับอากาศ
  • การเก็บในห้องที่มีความชื้นเหมาะสม เช่น ห้องใต้ดินหรือห้องเก็บไวน์ที่มีระบบควบคุมความชื้น

4. เลือกที่เก็บไวน์ที่ไม่มีการสั่นสะเทือน

การสั่นสะเทือนที่ต่อเนื่องจะทำให้การบ่มไวน์ไม่เป็นไปตามธรรมชาติ เพราะกระทบกับกระบวนการเคมีในไวน์ ทำให้ไวน์เสื่อมคุณภาพเร็วกว่าปกติ ดังนั้น ควรเก็บไวน์ในที่ที่ไม่มีการสั่นสะเทือนจากเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือการเคลื่อนย้ายบ่อยๆ

5. ห้ามเก็บไวน์ในตู้เย็นธรรมดานานเกินไป

ตู้เย็นทั่วไปมีอุณหภูมิที่ต่ำเกินไป และอาจทำให้ไวน์ขาวเกิดการบ่มไม่ดี หรือเกิดรสชาติที่แย่ได้ การเก็บไวน์ในตู้เย็นธรรมดาเป็นระยะเวลานานไม่แนะนำ เนื่องจากอุณหภูมิที่ต่ำจะทำให้รสชาติของไวน์ถูกเปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น หากคุณต้องการเก็บไวน์ขาวในตู้เย็น ควรแค่เก็บไวน์ไว้เพียงไม่กี่วันก่อนดื่ม

6. การเก็บไวน์ที่เปิดแล้ว

ไวน์ที่เปิดแล้วมักจะมีการเสื่อมคุณภาพอย่างรวดเร็วเนื่องจากการสัมผัสกับอากาศ การเก็บไวน์ที่เปิดแล้วจำเป็นต้องใช้มาตรการพิเศษเพื่อชะลอกระบวนการนี้ การใช้ที่ปิดขวดหรือเครื่องสูญญากาศที่ช่วยลดการสัมผัสกับอากาศจะช่วยให้ไวน์สามารถรักษาคุณภาพได้นานขึ้น

  • การเก็บไวน์แดงที่เปิดแล้ว: ควรเก็บในตู้เย็นและนำออกมาปล่อยให้อุ่นตัวก่อนดื่ม
  • ไวน์ขาวที่เปิดแล้ว: ควรเก็บในตู้เย็นทันทีและใช้ภายใน 2-3 วัน

7. หลีกเลี่ยงการเก็บไวน์ในที่ที่มีอุณหภูมิผันผวน

การเก็บไวน์ในที่ที่มีการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว เช่น การเก็บไวน์ในที่ที่มีการเปิดปิดประตูบ่อย หรือในพื้นที่ที่ได้รับอุณหภูมิจากภายนอกเป็นระยะๆ อาจทำให้ไวน์เกิดการขยายตัวและหดตัว ทำให้เกิดผลกระทบต่อรสชาติและคุณภาพของไวน์ ดังนั้น ควรเก็บไวน์ในที่ที่มีอุณหภูมิที่คงที่และเสถียร

การเก็บไวน์ให้รสชาติเยี่ยมไม่ใช่แค่การเก็บไวน์ในที่ที่เย็นและมืดเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น ความชื้น อุณหภูมิ การเก็บในท่าคว่ำ และหลีกเลี่ยงการเก็บในที่ที่มีการสั่นสะเทือน การปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้คุณสามารถเก็บไวน์ได้ในสภาพที่ดีที่สุดเพื่อให้สามารถดื่มไวน์ที่มีรสชาติอันยอดเยี่ยมตามที่ผู้ผลิตตั้งใจไว้

Scroll to Top