รู้จักเทคนิคการชิมไวน์อย่างมืออาชีพใน 5 ขั้นตอน

การชิมไวน์อย่างมืออาชีพไม่ได้เป็นเพียงการดื่มเครื่องดื่มเท่านั้น แต่เป็นศิลปะที่ต้องใช้ทั้งประสาทสัมผัสและความเข้าใจในโครงสร้างของไวน์ การเรียนรู้เทคนิคการชิมไวน์จะช่วยให้คุณสามารถรับรู้รสชาติที่ซับซ้อนของไวน์และเลือกไวน์ที่ตรงกับรสนิยมของคุณมากขึ้น มาทำความรู้จักกับ 5 ขั้นตอนสำคัญในการชิมไวน์อย่างมืออาชีพกัน

1. การสังเกต (Look)

ขั้นตอนแรกของการชิมไวน์คือการสังเกตสีและลักษณะของไวน์ในแก้ว โดยให้ยกแก้วไวน์ขึ้นส่องกับแสงและพิจารณาสิ่งต่อไปนี้:

  • สีของไวน์ – ไวน์แดงอาจมีสีตั้งแต่ม่วงเข้มจนถึงแดงอิฐ ขณะที่ไวน์ขาวมีตั้งแต่สีเขียวอ่อนจนถึงสีทอง
  • ความใสหรือขุ่น – ไวน์ที่ใสสะอาดแสดงถึงคุณภาพดี ส่วนไวน์ที่ขุ่นอาจเกิดจากกระบวนการผลิตแบบธรรมชาติหรือมีตะกอน
  • น้ำตาไวน์ (Wine Legs หรือ Wine Tears) – เมื่อหมุนแก้วไวน์และสังเกตหยดไวน์ที่ไหลลงจากขอบแก้ว หากหยดไหลช้าหมายถึงไวน์มีแอลกอฮอล์หรือน้ำตาลสูง

2. การดมกลิ่น (Smell)

การรับกลิ่นเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้เรารับรู้โน้ตกลิ่นของไวน์ ใช้วิธีดังนี้:

  • หมุนแก้วไวน์เบาๆ เพื่อปลดปล่อยกลิ่นหอมของไวน์
  • นำจมูกเข้าใกล้ขอบแก้วและดมลึกๆ
  • พิจารณากลิ่นที่ได้รับ ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 3 ระดับหลัก:
    1. กลิ่นผลไม้ (Primary Aromas) – เช่น กลิ่นองุ่น เบอร์รี่ แอปเปิ้ล หรือมะนาว
    2. กลิ่นรอง (Secondary Aromas) – เกิดจากกระบวนการหมัก เช่น กลิ่นขนมปัง เนย หรือถั่ว
    3. กลิ่นที่เกิดจากการบ่ม (Tertiary Aromas) – มักพบในไวน์ที่ผ่านการบ่ม เช่น กลิ่นวานิลลา ไม้โอ๊ค หนังสัตว์ หรือช็อกโกแลต

3. การจิบและรับรส (Taste)

ขั้นตอนนี้เป็นจุดที่คุณจะได้สัมผัสรสชาติของไวน์อย่างแท้จริง:

  • จิบไวน์เล็กน้อยและปล่อยให้ไวน์กระจายทั่วลิ้น
  • พิจารณา 3 ปัจจัยหลัก:
    • รสชาติหลัก – หวาน เปรี้ยว ขม ฝาด หรือเผ็ด
    • โครงสร้างของไวน์ – ปริมาณแอลกอฮอล์ ความเป็นกรด และแทนนิน
    • เนื้อสัมผัสของไวน์ – ไวน์มีเนื้อสัมผัสบางเบาหรือหนักแน่นในปาก
  • พยายามระบุโน้ตรสชาติ เช่น ผลไม้ ดอกไม้ สมุนไพร หรือเครื่องเทศ

4. การกลืนหรือบ้วนไวน์ (Swallow or Spit)

สำหรับการชิมไวน์แบบมืออาชีพโดยเฉพาะในงานชิมไวน์ จะมีถังหรือภาชนะสำหรับบ้วนไวน์ออกเพื่อลดปริมาณแอลกอฮอล์ที่ได้รับ แต่หากคุณต้องการรับรู้รสชาติที่สมบูรณ์ สามารถกลืนไวน์ลงไปและสังเกต Aftertaste หรือรสชาติที่หลงเหลืออยู่หลังจากกลืนไวน์ ซึ่งสามารถบ่งบอกถึงคุณภาพของไวน์ได้ ไวน์คุณภาพดีมักมีรสชาติที่ติดค้างในปากได้นาน

5. การประเมินผล (Evaluate)

หลังจากชิมไวน์แล้ว ให้ลองประเมินไวน์โดยพิจารณา:

  • ไวน์มีความสมดุลระหว่างรสชาติหรือไม่?
  • รสชาติของไวน์พัฒนาเมื่อดื่มไปหรือไม่?
  • ไวน์มีเอกลักษณ์หรือรสชาติพิเศษที่โดดเด่นหรือไม่?

การฝึกฝนการชิมไวน์บ่อยๆ จะช่วยให้คุณสามารถจำแนกความแตกต่างของไวน์ประเภทต่างๆ ได้ดีขึ้น และช่วยให้คุณสามารถเลือกไวน์ที่ถูกใจได้อย่างแม่นยำขึ้น

การชิมไวน์ไม่ใช่แค่การดื่ม แต่เป็นการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้าเพื่อสัมผัสรสชาติที่แท้จริงของไวน์ การใช้เทคนิคทั้ง 5 ขั้นตอน ได้แก่ การสังเกต การดมกลิ่น การรับรส การกลืนหรือบ้วน และการประเมิน จะช่วยให้คุณสามารถเข้าใจและเพลิดเพลินกับไวน์ได้มากขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักดื่มไวน์มือใหม่หรือผู้ที่ชื่นชอบไวน์อยู่แล้ว การฝึกฝนการชิมไวน์อย่างมืออาชีพจะช่วยยกระดับประสบการณ์ในการดื่มไวน์ของคุณอย่างแน่นอน

Scroll to Top